By | October 12, 2019

จากที่อ่านมาข้างต้นหลายคนอาจจะเริ่มสังเกตเห็นแล้วว่า ป๊อกเด้ง และบาคาร่ามีความคล้ายกันอย่างมากตรงที่แต้มของไพ่ 2 ใบ แรก ต้องเข้าใกล้ 9 มากที่สุด ถึงจะชนะ และถ้าไพ่มีแต้มต่ำก็จะมีการเรียกไพ่ใบที่ 3 มาเพิ่มเหมือนกันเลย แต่ในด้านของรายละเอียดแล้วยังมีความแตกต่างกันหลายอย่างทีเดียว มีอะไรบ้างผมสรุปเป็นส่วนๆ ดังนี้

สถานที่

ป๊อกเด้งจะเล่นกันทั่วไปเลย เล่นที่ไหนก็ได้ตามที่ต้องการ เพราะมีอุปกรณ์การเล่นไม่มาก แค่มีไพ่ 1 สำรับ กับผ้าปูกันไพ่ลอก และให้หยิบจับง่าย ส่วนบาคาร่าต้องใช้สถานที่สำหรับวางโต๊ะเดิมพัน และที่นั่งให้ผู้เดิมพัน ส่วนใหญ่จึงเล่นในคาสิโนสด หรือคาสิโนออนไลน์

อุปกรณ์การเล่น

ป๊อกเด้งจะใช้ไพ่ 1 สำรับ ผ้าปู และมีผู้เล่นแค่นั้นก็เพียงพอที่จะเล่นแล้ว แต่บาคาร่า ใช้ไพ่ถึง 8 สำรับ โต๊ะวางเดิมพัน และผู้แจกไพ่สำหรับดำเนินเกม รวมไปถึงเก้าอี้สำหรับให้ผู้เดิมพันมานั่งด้วย

การเดิมพัน

ป๊อกเด้งจะเดิมพันกับไพ่บนมือของตัวเองและเจ้ามือ และผู้เล่นลงเดิมพันเท่าไหร่ก็ได้ แต่ไม่เกินที่เจ้ามือกำหนด แต่บาคาร่าผู้เล่นจะเดิมพันว่า Player กับ Banker ฝั่งไหนจะชนะ ไม่ได้ลุ้นไพ่ของตัวเอง เป็นการลุ้นไพ่กองกลางจากผู้ดำเนินเกม

อัตราจ่าย

ป๊อกเด้งมีอัตราจ่ายที่ชัดเจนกำหนดไว้เป็นกติกา เช่น 2 เด้ง ได้เดิมพัน 2 เท่า ตองได้เดิมพัน 5 เท่า ส่วนบาคาร่า การเดิมพันปกติจะได้ 1 เท่าของเดิมพันถ้าเดิมพันฝั่งที่ชนะ และมีการลงเดิมพันอื่นๆ ที่ให้อัตราจ่ายเยอะขึ้น เช่น เสมอ อัตราจ่าย 8 เท่า จะไม่มีส่วนของการเด้งเหมือนป๊อกเด้ง

การเรียกไพ่

การเรียกไพ่ใบที่ 3 ป๊อกเด้งจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เล่นเองว่าพอใจกับแต้มไพ่ของตัวเองแล้วหรือยัง ถ้าพอใจก็ไม่เรียก แต่บาคาร่าจะมีกฎในการเรียกไพ่ใบที่ 3 ดังนี้

1.กรณีที่ ของฝั่ง Player หรือ Banker ได้ 8 -9 (แนเชอรัล) ให้ทำการตัดสินทันที

2.กรณีที่ ฝั่ง Player ได้แต้ม 6-7 ให้อยู่ (Still) ไม่ต้องจั่วไพ่เพิ่ม

  • กรณีเจ้ามือ ได้ 6-7 แต้ม ไม่ต้องจั่วเพิ่ม ให้ทำการตัดสินไพ่ทันที
  • ถ้าเจ้ามือได้ 0-5 แต้ม ให้ทำการจั่วไพ่ใบที่ 3 (Draw) ก่อนตัดสิน

3.กรณีที่ ฝั่ง Player ได้ 0-5 แต้ม ให้ทำการจั่วไพ่ใบที่ 3 หลังจากนั้นเจ้ามือจะจั่วไพ่เพิ่มหรือไม่ จะต้องอิงจากแต้มสองใบฝั่งเจ้ามือ และแต้มสามใบของผู้เล่น ดังรูปภาพด้านล่าง ดังนี้

*หมายเหตุ S = Still (อยู่ ไม่ต้องจั่วไพ่) , D = Draw (เจ้ามือจั่วไพ่)*